หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CentOS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CentOS แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2558

lvreduce และ lvextend

หลังจากที่ใช้งานสารบรรณออนไลน์มาได้หลายเดือน รับหนังสือจากกระทรวงได้แบบไม่มีปัญหา พอจะมีการจัดอบรมครั้งใหญ่ (หรือเปล่า) ของกลุ่มบริหาร กระทรวงฯ  ก็เลยจะปรับพื้นที่ดิสที่เหลือในเครื่อง ให้รองรับกับการใช้งานระดับจังหวัด (สสจ รพท รพช สสอ) หนังสือก็จะมีมากขึ้น และใช้งานพื้นที่เพิ่มขึ้น เช็คจาก server แล้ว ปรากฎว่าตอนที่แบ่งพื้นที่ ใช้ lvm ในการแบ่งแบบอัตโนมัติ ซึ่งมันแบ่งไปให้ /home ซะ 40gb แล้วแบ่งไว้ให้ / 40gb เหมือนกัน อ้าว /home ไม่ได้ใช้งานเลย ก็เลยจะปรับให้พื้นที่เหลือเพียง 2gb และเอาที่เหลือไปเพิ่มให้กับ / แทน คำสั่งที่ทำครั้งแรก ทำให้ระบบ พังไปเลย ก็เลยมาเรียบเรียงคำสั่ง ที่ใช้งานสำหรับการ ลด path อื่น มาเพิ่มให้อีก path นึง ...ยังไม่พูดถึงการเพิ่มดิสนะ อันนั้นแค่ extend ไม่ได้ยุ่งยากอะไรนัก เดี๋ยวเขียนอีกรอบ อะ.. ว่าไปๆ

reboot เครื่องซักรอบครับ เอาฤกษ์เอาชัย หลังจากบูทมาแล้ว เข้าด้วย user root แล้ว umount path ที่ต้องการจะลดขนาดครับ (ใช้ df -h เพื่อดูชื่อ path ที่ต้องการลด)
umount /dev/mapper/VolGroup-lv_home
เสร็จแล้ว ให้ตรวจเช็คก่อนครับ ไม่ทำไม่ได้ เพราะมันไม่ผ่านคำสั่งให้

เช็คด้วยคำสั่งนี้ ต้อง pass ทั้ง 5 ข้อครับ
e2fsck -f /dev/mapper/VolGroup-lv_home

หลังจากผ่านแล้ว ก็ลดขนาดของ path ที่ต้องการโดยใส่จำนวนที่ต้องการให้ "เหลือ" ไว้ครับ ตัวอย่างคือลดเหลือ 4GB ครับ
resize2fs -p /dev/mapper/VolGroup-lv_home 4G
จากนั้นสั่งย่อ
lvreduce -L 4G /dev/mapper/VolGroup-lv_home
แล้วตรวจสอบให้ pass 5 ครั้งเหมือนเดิม
e2fsck -f /dev/mapper/VolGroup-lv_home
เนื่องจากไม่ได้จะแบ่งไปให้ใช้ path อื่นอีก พื้นที่ที่ตัดออกมาให้เติมกับ / ให้เต็มทั้งหมด [ใช้ +100%FREE แต่ถ้าจะระบุเป็นจำนวน GB ก็ใส่ +xG (x=จำนวนGB)]
lvextend -l +100%FREE /dev/mapper/VolGroup-lv_root
หรือใช้ -L ใหญ่ (centos) ต้องลองๆ คำสั่งดู 555 
lvextend -L /dev/path 
เขียนลงให้ครบๆ
resize2fs -p /dev/mapper/VolGroup-lv_root
ตรวจสอบด้วย fdisk ครับ ว่าดิสที่ถูกปรับ ตรงตามที่ต้องการแล้ว
fdisk -l
ถ้าตรงตามที่ต้องการแล้วก็ให้ mount path ที่ย่อกลับเข้าระบบเหมือนเดิม
mount /dev/mapper/VolGroup-lv_home
ตรวจสอบว่า path ที่ย่อและขยาย ถูกต้องด้วย df
df -h
สุดท้าย reboot เพื่อเช็คระบบว่าทำงานได้สมบูรณ์ครับ ถ้าจะไม่รีบูท ก็ได้เช่นกัน



วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เปลี่ยน editor vi เป็น nano

หลังจากที่ทำระบบ server มานานด้วย ubuntu ซึ่งการแก้ไขไฟล์ต่างๆ ส่วนใหญ่ จะใช้งาน nano มากกว่า vi เพราะว่าจำคำสั่งไม่ได้ (nano เป็น default editor ของ ubuntu) และ vi ต้องมีการกดอักษรคำสั่งก่อนจะกระทำการใดๆ พอถึงเวลาแก้ไขชุดคำสั่งบางอย่าง เช่น crontab หรือใช้งาน external editor ของโปรแกรม mc (midnight commander) ก็จะเกิดอาการ งงๆ เงิบๆ ไปต่อไม่เป็น เพราะไม่ค่อยได้ใช้งาน สรุปสั้นๆ ถนัด nano มากกว่า ก็เลยต้องการที่จะตั้งค่าให้เป็น default editor ไปซะเลย จะได้ไม่ต้องสับสน

nano /etc/bashrc
แล้วไปที่ท้ายไฟล์ เพิ่มคำสั่งตามนี้ครับ
export EDITOR="nono"
แค่เนี่ย แล้วออกจากระบบ เข้าใหม่ ทดลองใช้คำสั่ง crontab -e ครับ จะเห็นว่า editor เปลี่ยนไปเป็น nano แล้ว เรียบร้อย สบายไปได้อีกนาน สำหรับผู้ที่ใช้งาน ubuntu อยู่แล้ว มันเป็นค่าปกติมาให้แล้ว ถ้ายังเป็น vi ก็สามารถรันคำสั่งให้เลือกได้ครับ
alternative --config editor

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ติดตั้ง CentOS6 9ton.co.cc & Data Center

ทำการติดตั้ง centOS6 เพิ่มเติมสำหรับ host 9ton.co.cc เพื่อการทดสอบการให้บริหารอินเตอร์เน็ต พึ่งลงเสร็จใหม่ๆ เลยยังไม่รู้จะต้องทำอะไรต่อไป

วันนี้วิรัตน์เรียกประชุม/อบรม การส่งข้อมูลเข้าสู่ datacenter ที่จังหวัดทำ server เอาไว้เอง 3 เครื่อง การทำงาน การใช้งาน หรืออะไรก็ตามแต่ ไอ้กระผมไม่รู้เรื่องเลยซักอย่าง คำถามก็คือ?? ทำไมใช้ RedHat 5 ทั้งๆที่น่าจะอัพขึ้นเป็น 6 หรือมากกว่า หรือเป็น CentOS ไปเลย เพราะว่าเป็นแพทฟอร์มเดียวกัน และมีการอัพเดทอยู่ตลอด หรือมัน stable?? มากกว่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าทีมที่คิดโปรแกรมนี้ขึ้นมา เค้าใช้แบบนี้ เออ ก็ว่าตามเค้าไป จัด ip ให้ไป 9 ip ตั้งแต่ 41-49 เพื่อบริหารจัดการเรื่อง datacenter โดยเฉพาะ ต้องดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนนี้?? โห ทำได้จริง ก็ขั้นเทพละเนี่ย มีเวลาถึงแค่วันที่ 25 นี้เท่านั้นเอง เอายังไงดีละ เดี๋ยววิรัตน์ก็คงจัดการเอง โห ไม่ได้อะไรเลยนะ ไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ เหอะๆ จะให้ช่วยอะไรก็บอกแล้วกัน งง รอทางทีมที่เค้าจะมาทำบอกอีกทีแล้วกัน ตอนนี้งงๆ

วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555

ทำการติดตั้งตาม howtoforce

เนื่องจากว่า CentOS6 ที่ลงไปเนี่ย เป็นแบบ 64bit แล้วลงพื้นที่เอาไว้ถึง 50Gb มันเป็น Graphic เลย งงๆ ปกติชินกับการติดตั้งผ่าน textmode ก็เลยต้องวิ่งมาใช้บริการ การ config ผ่านเวปเทพ ก็ทำตามเค้าไป อะไรที่ไม่น่าสนใจ ไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องติดตั้งนะครับ

http://www.howtoforge.com/perfect-server-centos-6.0-x86_64-ispconfig-2-p2

Disable SELinux CentOS6

# vi /etc/sysconfig/selinux# This file controls the state of SELinux on the system.
# SELINUX= can take one of these three values:
#enforcing - SELinux security policy is enforced.
#permissive - SELinux prints warnings instead of enforcing.
#disabled - SELinux is fully disabled.
SELINUX=disabled                             # change
# SELINUXTYPE= type of policy in use. Possible values are:
#targeted - Only targeted network daemons are protected.
#strict - Full SELinux protection.
SELINUXTYPE=targeted

ติดตั้ง webmin ใน Centos 6


จะต้องมี wget ถ้าไม่มี ให้ติดตั้งก่อน
yum install wget

ต่อไปสร้างไฟล์ webmin.repo
 nano /etc/yum.repo.d/webmin.repo

copy คำสั่งต่อไปนี้ใส่ลงไปในไฟล์ webmin.repo


[Webmin]
name=Webmin Distribution Neutral
#baseurl=http://download.webmin.com/download/yum
mirrorlist=http://download.webmin.com/download/yum/mirrorlist
enabled=1
เสร็จแล้วก็ save โดย Ctrl+x+y


cd /root
wget http://www.webmin.com/jcameron-key.asc
rpm --import jcameron-key.asc
yum install webmin

เป็นอันเสร็จ

เปิด webmin ใช้งานก็ http://หมายเลขไอพีของคุณ:10000

Centos 6 Install/Configure httpd


1] Install httpd สำหรับ CentOS6


[root@www ~]#
yum -y install httpd
# remove welcome page
[root@www ~]#
rm -f /etc/httpd/conf.d/welcome.conf

# remove default error page
[root@www ~]#
rm -f /var/www/error/noindex.html

# create a link for Perl
[root@www ~]#
ln -s /usr/bin/perl /usr/local/bin/perl


[2] Configure httpd.


[root@www ~]#
vi /etc/httpd/conf/httpd.conf
# line 44: change
ServerTokens Prod
# line 76: change to ON
KeepAlive On
# line 262: Admin's address
ServerAdmin
root@server.world
# line 276: change to your server's name
ServerName
www.server.world:80
# line 331: change (enable CGI and disable Indexes)
Options FollowSymLinks ExecCGI
# line 338: change
AllowOverride All
# line 402: add file name that it can access only with directory's name
DirectoryIndex index.html index.cgi index.php
# line 536: change
ServerSignature Off
# line 759: make it comment

#AddDefaultCharset UTF-8
# line 796: uncomment and add file-type that apache looks them CGI
AddHandler cgi-script .cgi .pl
[root@www ~]#
/etc/rc.d/init.d/httpd start
Starting httpd:
[ OK ]
[root@www ~]#
chkconfig httpd on